'กลอน คำกลอน บทกลอน
กลอน คือ ลักษณะคำประพันธ์ที่มีสัมผัสกันตาม ลักษณะบัญญัติไม่มีบังคับ เอก โท และ ครุ ลหุ และนี่ก็คือ ความหมายของ กลอน นะคะ กลอน ก็แบ่งเป็นหลายประเภท ตามความนึก คิดและอารมณ์ของผู้ที่คิดประพันธ์ กลอน ออกมา วันนี้ Kapook.com ก็ได้ นำ บทกลอน หลากหลายอารมณ์ มาฝากเพื่อนๆ
น้อมจิตวันทา บูชาคุณครู กตัญญูกตเวที
แม้งานหนักเหน็ดเหนื่อยไม่เคยบ่น
สู้อดทนส่งเสริมศิษย์พิชิตฝัน
สู้อุตส่าห์สั่งสอนทุกวี่วัน
จิตมุ่งมั่นอบรมจริยา
หวังเห็นศิษย์ก้าวหน้าในชีวิต
โดยอุทิศแรงกายให้สมค่า
คำว่าครูผู้ที่ใช้ซึ่งปัญญา
แก้ปัญหานานาประการ
มีเมตตาปรานีเป็นที่ตั้ง
คอยเหนี่ยวรั้งศิษย์รักทุกสถาน
คอยชี้แนะช่วยเหลือและเจือจาน
ศิษย์จึงผ่านอุปสรรคทุกสิ่งไป
แม้งานหนักอย่างไรไม่เคยท้อ
เพียงแต่ขอศิษย์รักที่เติบใหญ่
มีวิชาความรู้ตลอดไป
เพื่อไว้ใช้เลี้ยงชีพสำหรับตน
ขอน้อมจิตวันทาบูชาครู
ขอเชิดชูปูชนีย์คุณมากล้น
ขอกตัญญูต่อครูทุกทุกคน
ขอกุศลแห่งความดีคุ้มครองครู ฯ
วันพฤหัสบดีที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2553
สำคัญของ “ เธอ ”
ในขณะที่.... ผมก็เป็นเช่นเด็กวัยรุ่นทั่วๆ ไป เรียน เที่ยว นอน กิน ดึกๆ ผมก็โทรคุยกับแฟนของผม ซึ่งทั้งหมดเหล่านี้มันก็เป็นกิจวัตรประจำวันของผม และผมก็เชื่อว่าใครๆ เค้าก็ทำแบบนี้กัน
' จ้า ตัวเอง วันนี้กินข้าวรื้อยาง '
' กินกับอะไรบ้าง แล้วตอนกินตัวเองคิดถึงเค้ามั้ยเนี่ย '
' รู้มั้ยตัวเอง ถ้าเค้าเป็นผีเนี่ย เค้าอยากเป็นกระสือที่รักจะได้เห็นใจไง '
' ตัวเองวางก่อนดิ ก่อนดิ '
ประโยคต่างๆ ที่ผมได้คิดและคัดสรรเตรียมพร้อมมาต่างๆ ก่อนโทร ผมยังคงใช้เวลาส่วนใหญ่ตอนดึกไปกับการคุยโทรศัพท์ ระยะเวลาอันผมได้ใช้ไปในแต่ละครั้งนั้น พอรู้สึกอีกทีก็ผ่านไปหลายชั่วโมงแล้ว แต่ผมก็ไม่ชอบนะ หากใครจะมาว่าผมไร้สาระ ก็ไม่เห็นหรอคนส่วนใหญ่เค้าก็ทำกัน
' เอ้อ เกือบลืมไปอีกอย่าง กิจวัตรอีกอย่างนึงของผมก็คือ
แม่ของผมมักชอบโทรหาผมทุกวัน ' ' ตอนนี้ลูกอยู่หอรึยัง '
' เย็นนี้กินข้าวอิ่มมั้ย ' ' วันนี้เรียนเป็นยังไงบ้าง ' ' อย่าไปเที่ยวที่ไหนไกลนะ '
โธ่!คำถามเดิมๆ ผมก็ตอบไปแบบเดิมๆ แม่ผมก็ไม่เบื่อซักที ยังคงโทรหาผมเป็นประจำ โชคดีที่ผมพยายามตัดบทคุย ผมกับแม่น่ะคุยกันไม่กี่นาทีก็วางแล้ว ก็มันไม่มีอะไรจะคุยจะให้ผมทำยังไง จนกระทั่งวันนั้น ' ตัวเองตอบเค้าได้รึยังว่ารักเค้ามั้ย '
' เร็วๆสิ เค้ายังอุฒส่าห์บอกรักตัวเองไปแล้วนะ '
' แล้วยังจะใจร้ายไม่บอกรักเค้าอีกหรอ '
ติ๊ดๆ ติ๊ดๆ เสียงจากโทรศัพท์บอกผมว่ามีสายซ้อน ผมมองไปที่หน้าจอมันขึ้นชื่อว่า 'Home'
' โธ่ แม่โทรมาทำไมตอนนี้เนี่ย กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มเลย '
ผมไม่สลับสายผม ผมยังคงคุยกับสุดที่รักของผมต่อไป เพราะผมรู้ว่าสิ่งที่แม่จะคุยกับผมก็คงเป็นประโยคเดิมๆ
' และนั่นก็เป็นโอกาสสุดท้าย ที่ผมจะมีโอกาสฟังเสียงของแม่ '
หลังจากนั้นไม่นานทางญาติของผมโทรมาแจ้งผมว่า เมื่อคืนนี้บ้านของผมถูกขโมยเข้า และแม่ของผมขัดขืน
และได้ต่อสู้กับโจร จึงถูกโจรใช้มีดแทงเข้าที่ท้อง แม่เสียชีวิตเพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหว ญาติของผมเล่าอีกว่าตอนไปพบศพแม่นั้น ในมือของแม่กำโทรศัพท์ไว้แน่น และเบอร์โทรออกล่าสุดของเธอไม่ใช่โทรแจ้งตำรวจ หรือเรียกรถพยาบาล แต่แม่เลือกที่จะโทรหา ' ผม ' สิ่งสุดท้ายในชีวิตที่แม่ผมเลือกที่จะทำคือ โทรศัพท์หาผมเพื่อฟังเสียงของผม วินาทีนั้นน้ำตาของผมไหลอาบแก้ม ผมพูดอะไรไม่ออก มือและตัวของผมสั่น วันนั้นผมเลือกที่จะคุยกับแฟนผม ดีกว่าที่จะคุยกับแม่ของผม
ผู้หญิงคนเดียวในโลก ที่คุยกับผมเป็นคนแรกในชีวิต
ผู้หญิงคนเดียวที่ผม สามารถที่จะคุยกับเธอได้ทุกเวลา
โดยที่ผมไม่ต้องเตรียมบทพูดใดๆ ไม่ต้องกังวลว่าเธอจะประทับใจหรือไม่ ไม่ต้องมีมุข ไม่ต้องมีคำหวานใดๆ
คนเดียวในโลก ที่โทรมาหาผมเพียงแค่ฟังผมพูดประโยคเดิมๆ
คนเดียวในโลก ที่ไม่ว่าโทรศัพท์เธอจะโปรโมชั่นแพงแค่ไหนก็ยังโทรหาผม
' และ คนเดียวในโลก ที่เลือกคุยกับผมในวินาทีสุดท้ายในชีวิต '
ในบางครั้งประโยคที่ว่า ' ไม่มีคำว่าสาย หากเราคิดที่จะแก้ตัว '
มันก็ไม่เป็นความจริง ' เพราะบางปรากฏการณ์ในโลก เกิดขึ้นได้แค่ครั้งเดียว ' อาจเป็นเพราะเวรกรรมของผม
หลังจากนั้นไม่นานแฟนผมที่ผมใช้เวลาคุยกับเธอวันหลายๆ ชั่วโมงก็ทิ้งผมไป วันนี้ผมเริ่มเข้าใจชีวิตมากขึ้น หลายๆ อย่างที่คนส่วนใหญ่ทำ มิได้หมายถึงสิ่งที่ถูกต้องเสมอไป เพราะตัวเราเท่านั้นที่เป็นผู้ต้องรับผลการกระทำของเราเอง
' เราจะรู้ว่าสิ่งใดสำคัญ ก็ต่อเมื่อเราต้องเสียมันไป '
ทุกวันนี้ผมนั่งมองโทรศัพท์ รอที่จะตอบคำถามเดิมๆ ให้ผู้หญิงคนหนึ่งฟัง แต่ผู้หญิงคนนั้นคงไม่มีอีกแล้ว
' ในเมื่อเรามีความรักอันเต็มเปี่ยมจากครอบครัว
แล้วทำไมต้องไปขอเศษเสี้ยวจากใคร '
' จ้า ตัวเอง วันนี้กินข้าวรื้อยาง '
' กินกับอะไรบ้าง แล้วตอนกินตัวเองคิดถึงเค้ามั้ยเนี่ย '
' รู้มั้ยตัวเอง ถ้าเค้าเป็นผีเนี่ย เค้าอยากเป็นกระสือที่รักจะได้เห็นใจไง '
' ตัวเองวางก่อนดิ ก่อนดิ '
ประโยคต่างๆ ที่ผมได้คิดและคัดสรรเตรียมพร้อมมาต่างๆ ก่อนโทร ผมยังคงใช้เวลาส่วนใหญ่ตอนดึกไปกับการคุยโทรศัพท์ ระยะเวลาอันผมได้ใช้ไปในแต่ละครั้งนั้น พอรู้สึกอีกทีก็ผ่านไปหลายชั่วโมงแล้ว แต่ผมก็ไม่ชอบนะ หากใครจะมาว่าผมไร้สาระ ก็ไม่เห็นหรอคนส่วนใหญ่เค้าก็ทำกัน
' เอ้อ เกือบลืมไปอีกอย่าง กิจวัตรอีกอย่างนึงของผมก็คือ
แม่ของผมมักชอบโทรหาผมทุกวัน ' ' ตอนนี้ลูกอยู่หอรึยัง '
' เย็นนี้กินข้าวอิ่มมั้ย ' ' วันนี้เรียนเป็นยังไงบ้าง ' ' อย่าไปเที่ยวที่ไหนไกลนะ '
โธ่!คำถามเดิมๆ ผมก็ตอบไปแบบเดิมๆ แม่ผมก็ไม่เบื่อซักที ยังคงโทรหาผมเป็นประจำ โชคดีที่ผมพยายามตัดบทคุย ผมกับแม่น่ะคุยกันไม่กี่นาทีก็วางแล้ว ก็มันไม่มีอะไรจะคุยจะให้ผมทำยังไง จนกระทั่งวันนั้น ' ตัวเองตอบเค้าได้รึยังว่ารักเค้ามั้ย '
' เร็วๆสิ เค้ายังอุฒส่าห์บอกรักตัวเองไปแล้วนะ '
' แล้วยังจะใจร้ายไม่บอกรักเค้าอีกหรอ '
ติ๊ดๆ ติ๊ดๆ เสียงจากโทรศัพท์บอกผมว่ามีสายซ้อน ผมมองไปที่หน้าจอมันขึ้นชื่อว่า 'Home'
' โธ่ แม่โทรมาทำไมตอนนี้เนี่ย กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มเลย '
ผมไม่สลับสายผม ผมยังคงคุยกับสุดที่รักของผมต่อไป เพราะผมรู้ว่าสิ่งที่แม่จะคุยกับผมก็คงเป็นประโยคเดิมๆ
' และนั่นก็เป็นโอกาสสุดท้าย ที่ผมจะมีโอกาสฟังเสียงของแม่ '
หลังจากนั้นไม่นานทางญาติของผมโทรมาแจ้งผมว่า เมื่อคืนนี้บ้านของผมถูกขโมยเข้า และแม่ของผมขัดขืน
และได้ต่อสู้กับโจร จึงถูกโจรใช้มีดแทงเข้าที่ท้อง แม่เสียชีวิตเพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหว ญาติของผมเล่าอีกว่าตอนไปพบศพแม่นั้น ในมือของแม่กำโทรศัพท์ไว้แน่น และเบอร์โทรออกล่าสุดของเธอไม่ใช่โทรแจ้งตำรวจ หรือเรียกรถพยาบาล แต่แม่เลือกที่จะโทรหา ' ผม ' สิ่งสุดท้ายในชีวิตที่แม่ผมเลือกที่จะทำคือ โทรศัพท์หาผมเพื่อฟังเสียงของผม วินาทีนั้นน้ำตาของผมไหลอาบแก้ม ผมพูดอะไรไม่ออก มือและตัวของผมสั่น วันนั้นผมเลือกที่จะคุยกับแฟนผม ดีกว่าที่จะคุยกับแม่ของผม
ผู้หญิงคนเดียวในโลก ที่คุยกับผมเป็นคนแรกในชีวิต
ผู้หญิงคนเดียวที่ผม สามารถที่จะคุยกับเธอได้ทุกเวลา
โดยที่ผมไม่ต้องเตรียมบทพูดใดๆ ไม่ต้องกังวลว่าเธอจะประทับใจหรือไม่ ไม่ต้องมีมุข ไม่ต้องมีคำหวานใดๆ
คนเดียวในโลก ที่โทรมาหาผมเพียงแค่ฟังผมพูดประโยคเดิมๆ
คนเดียวในโลก ที่ไม่ว่าโทรศัพท์เธอจะโปรโมชั่นแพงแค่ไหนก็ยังโทรหาผม
' และ คนเดียวในโลก ที่เลือกคุยกับผมในวินาทีสุดท้ายในชีวิต '
ในบางครั้งประโยคที่ว่า ' ไม่มีคำว่าสาย หากเราคิดที่จะแก้ตัว '
มันก็ไม่เป็นความจริง ' เพราะบางปรากฏการณ์ในโลก เกิดขึ้นได้แค่ครั้งเดียว ' อาจเป็นเพราะเวรกรรมของผม
หลังจากนั้นไม่นานแฟนผมที่ผมใช้เวลาคุยกับเธอวันหลายๆ ชั่วโมงก็ทิ้งผมไป วันนี้ผมเริ่มเข้าใจชีวิตมากขึ้น หลายๆ อย่างที่คนส่วนใหญ่ทำ มิได้หมายถึงสิ่งที่ถูกต้องเสมอไป เพราะตัวเราเท่านั้นที่เป็นผู้ต้องรับผลการกระทำของเราเอง
' เราจะรู้ว่าสิ่งใดสำคัญ ก็ต่อเมื่อเราต้องเสียมันไป '
ทุกวันนี้ผมนั่งมองโทรศัพท์ รอที่จะตอบคำถามเดิมๆ ให้ผู้หญิงคนหนึ่งฟัง แต่ผู้หญิงคนนั้นคงไม่มีอีกแล้ว
' ในเมื่อเรามีความรักอันเต็มเปี่ยมจากครอบครัว
แล้วทำไมต้องไปขอเศษเสี้ยวจากใคร '
วันอังคารที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2553
บิดาแห่งโสตทัศนศึกษาโจฮันน์ อะมอส คอมินิอุส

โจฮันน์ อะมอส คอมินิอุส (Johannes Amos comenius ค.ศ. 1592 - 1670) เป็นผู้ที่พยายามใช้วัตถุ สิ่งของช่วยในการสอนอย่างจริงจังจนได้รับเกียรติว่าเป็นบิดาแห่งโสตทัศนศึกษา ท่านผู้นี้เป็นพระในนิกายโปรแตสแตนท์ ในตำแหน่งสังฆราชแห่งโมราเวีย เยอรมัน ท่านมีแนวคิดในเรื่องวิธีการสอนใหม่ โดยได้ย้ำความสำคัญของสิ่งของ ของจริง ในการสอน และได้รวบรวมหลักการสอนจากประสบการณ์ที่ทำการสอนมาถึง 40 ปี คอมินิอุสได้แต่งหนังสือสำคัญ ๆ ไว้มากมาย ที่สำคัญยิ่งคือ หนังสือ Obis Sensualium Pictus หรือโลกในรูปภาพ ซึ่งพิมพ์ครั้งแรกในปี ค.ศ. 1685 เป็นหนังสือที่ใช้มากและมีอิทธิพลมาก ใช้รูปภาพเป็นหัวใจของเรื่องมีรูปภาพประกอบการเรียนถึง 150 รูป บทเรียนบทหนึ่ง จะมีรูปภาพประกอบรูปหนึ่ง เรื่องต่าง ๆ ที่มีในหนังสือ เช่น พระเจ้า สวรรค์ อากาศโลก ต้นไม้ เป็นต้น
ธอร์นไดค์ นักจิตวิทยาการศึกษาชาวอเมริกัน ที่ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางการศึกษาประกอบหลักการทางจิตวิทยา เขาได้เริ่มสร้างห้องทดลองทางจิตวิทยาเกี่ยวกับสัตว์ ในชณะที่เขายังเป็นนักศึกษาอยู่ ต่อมาได้ร่วมเป็นอาจารย์สอน ในมหาวิทยาลัยโคลัมเบียในปี 1898 และได้ใช้ชีวิตเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์เบื้องต้นการใช้เทคโนโลยีทางการศึกษา โดยได้ทดลองทางจิตวิทยาเกี่ยวกับ การตอบสนองของสัตว์และมนุษย์ ในปี ค.ศ. 1912 เขาได้ออกแบบสื่อการสอน เพื่อให้ตอบสนองเรื่องความแตกต่างระหว่างบุคคล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสอนแบบโปรแกรม จึงได้ชื่อว่า เป็นคนแรกที่ริเริ่มเทคโนโลยีการศึกษาแนวใหม่
บี เอฟ สกินเนอร์ เป็นผู้ใช้แนวคิดใหม่ทางจิตวิทยาเกี่ยวกับสิ่งเร้าและผลตอบสนองโดยคำนึงถึงธรรมชาติ ของมนุษย์ เขาได้ทำการทดลองกับสัตว์โดยฝึกเป็นขั้นๆ เป็นผู้ที่มีชื่อเสียง ในการสอนแบบโปรแกรม และเป็นผู้ที่คิดเครื่องช่วยสอน ได้เป็นผลสำเร็จเป็นคนแรก แนวคิดทางเทคโนโลยีการศึกษาปัจจุบัน ได้รากฐานมาจากแนวความคิดของสกินเนอร์เป็นส่วนมาก
แนวคิดทางการศึกษาของบุคคลทั้งหลายเหล่านี้ พัฒนาไปพร้อม ๆ กับความก้าวหน้าทางสิ่งประดิษฐ์คิดค้นของนักวิทยาศาสตร์ ที่ส่งผลให้เทคโนโลยีการศึกษาเจริญก้าวหน้า เช่น การผลิตกระดาษ การพิมพ์ การถ่ายภาพ การฉายภาพ การบันทึกเสียง วิทยุ-โทรทัศน์ การบันทึกภาพ จนถึงยุคคอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน
เทคโนโลยีก่อประโยชน์แก่ระบบการศึกษามากขึ้น การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการศึกษาสามารถเร่งอัตราการเรียนรู้ให้เร็วขึ้น ลดภาระทางด้านการบริหารของครูและยังทำหน้าที่แทนครูในการถ่ายทอดเรื่องราวหรือข่าวสารประจำวันต่าง ๆ
เทคโนโลยีเน้นการศึกษาไปสู่ความเป็นส่วนบุคคลมากขึ้น การนำเอาเทคโนโลยีมาใช้อย่างเหมาะสมนั้นเป็นการขยายขอบเขตของการเรียนรู้ออกไปได้อย่างกว้าง
เทคโนโลยีทำให้การสอนมีพลังยิ่งขึ้น ระบบการสื่อสารในปัจจุบันได้ช่วยเพิ่มความสามารถให้กับคนเรา ดังนั้นสื่อการสอนในยุคใหม่นี้จึงสามารถจำลองสถานการณ์จริง ช่วยร่นระยะทางและเหตุการณ์ที่อยู่คนซีกโลกมาสู่นักเรียนได้
เทคโนโลยีทำให้การเรียนเป็นไปอย่างฉับพลันยิ่งขึ้น เทคโนโลยีการสอนเปรียบเสมือนสะพานที่เชื่อมโยงระหว่างที่อยู่ภาย นอกโรงเรียนและโลกที่อยู่ภายในโรงเรียน
เทคโนโลยีสามารถทำให้เกิดความเสมอภาคของการศึกษามากขึ้น
ทุกคนสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีได้ทุกหนแห่ง เทคโนโลยีพร้อมที่จะหยิบยื่นความรู้ให้แก่ทุกคนเสมอ
Technology in education (หรือ Tools technology)
Technology in education หมายถึงวิธีการต่าง ๆ ที่นำมาใช้ในการนำเสนอเนื้อหาสาระทางการศึกษาหรือการฝึกอบรม ได้แก่ โทรทัศน์ ห้องปฏิบัติการภาษา เครื่องฉายประเภทต่าง ๆ ( หรือที่เรียกว่า สื่อการสอน)
Technology of education (หรือ System technology)
Technology of education หมายถึง เป็นการนำเครื่องมือหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ อักทั้งวัสดุ และวิธีการมาผสมผสานกัน เพื่อมุ่งไปสู่การพัฒนากระบวนการจัดการศึกษาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
สาขาวิชานี้ได้กล่าวถึงการนำเครื่องมือหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ อักทั้งบรรดาวัสดุ และวิธีการมาผสมผสานกัน เพื่อมุ่งไปสู่การพัฒนากระบวนการจัดการศึกษาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งแนวความคิดดังกล่าวมีจุดประสงค์หลายประการด้วยกัน เช่น
เพื่อเพิ่มพูนคุณภาพของการเรียน และผลสัมฤทธิ์ของการเรียนรู้
ลดเวลาที่ใช้ในการเรียนรู้ให้น้อยลง
เพิ่มประสิทธิภาพของผู้สอนให้มีความสามารถต่อการสอนผู้เรียนที่มีปริมาณมากขึ้นโดยที่ไม่ทำให้ การ เรียนรู้ด้อยคุณภาพลง
ลดค่าใช้จ่ายให้น้อยลง โดยไม่กระทบกระเทือนคุณภาพของการเรียน
เทคโนโลยีการสอน (Instructional Technology) เป็นส่วนหนึ่งของเทคโนโลยีการศึกษา ซึ่งหมายถึง การ เทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนการสอน เทคโนโลยีการศึกษาที่กล่าวถึงกันส่วนใหญ่ จึงเป็นเรื่องของ เทคโนโลยีทางการเรียนการสอน
ในการเรียนการสอน หรือการทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้นั้น เป็นกระบวนการที่ต้องใช้เทคนิคและวิธีการมากมาย ไม่มีเทคนิคหรือวิธีการใดที่เราจะยอมรับกันได้ว่า ดีที่สุดสำหรับการเรียนการสอน เทคนิคและวิธีการแต่ละอย่างก็มีความเหมาะสมตามสภาพการณ์และเนื้อหาวิชาที่แตกต่างกันออกไป แต่ก็เป็นที่ยอมรับ กันโดยทั่วไปว่า การเรียนการสอนที่มีวัสดุอุปกรณ์ตลอดจน เครื่องมือ วิธีการ ช่วยอย่างเหมาะสม จะช่วยให้ผู้เรียนได้รับความรู้และประสบการณ์ มากกว่าการเรียนการสอน โดยให้นักเรียนฟังแต่เพียงคำพูด แต่เพียงอย่างเดียว
แนวโน้มของการศึกษาในปัจจุบัน เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้รับประสบการณ์อย่างกว้างขวาง แทนการฟังแต่เพียงคำบอกเล่าของครู ทั้งนี้เป็นผลเนื่องมาจากจำนวนผู้เรียนเพิ่มมากขึ้น การขยายตัวของสาขาวิทยาการต่าง ๆ ทำให้สิ่งที่ผู้เรียนจะต้องเรียนรู้มากขึ้น จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องหาทางให้ผู้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ให้ได้มากที่สุด โดยใช้เวลาในการเรียนน้อยกว่าเดิม
การเรียนการสอนที่ปฏิบัติได้จริง ส่วนใหญ่ เราไม่สามารถจัดประสบการณ์ตรง ให้กับผู้เรียนได้ทุกเนื้อหาเนื่องจากอาจมีข้อจำกัดบางประการณ์ เช่น
ต้องลงทุนมาก
ต้องใช้เวลานานมาก อาจเป็นหลายวัน หลายปีหรือปลายร้อยปี
มีความยุ่งยากซับซ้อนมาก
ความรู้บางอย่างไม่อาจสัมผัสได้โดยตรง
ดังนั้น นอกเหนือจากการให้ผู้เรียนได้รับประสบการณ์ตรงแล้ว เรายังมีความจำเป็นต้องจัดประสบการณ์อย่างอื่นให้ผู้เรียนได้รับ แทนประสบการณ์ตรงด้วย เช่น การใช้รูปภาพ หนังสือ แผนภูมิ วิทยุโทรทัศน์ วิธีการอื่น ๆ อีกมากมาย เพื่อให้ผลผลิตทางการศึกษามีคุณภาพสูงสุด
การจัดประสบการณ์ในการเรียนการสอนที่มีการใช้สื่อการเรียนการสอน ครูมักเน้นหนักที่การใช้วัสดุอุปกรณ์เป็นสำคัญ ซึ่งไม่อาจรับรองหรือเชื่อถือได้ว่าจะบรรลุจุดประสงค์ทั้งนี้เพราะการใช้วัสดุอุปกรณ์กับครู ซึ่งมีชีวิต จิตใจ มีอารมณ์ มีสภาพแวดล้อม ไม่คงที่ จำเป็นจะต้องปรับกระบวนการในการใช้ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ วิธีการกระบวนการต่าง ๆ ที่นำมาใช้ จะต้องเป็นวิทยาศาสตร์ที่เชื่อถือได้ ซึ่งก็คือการใช้เทคโนโลยีทางการศึกษานั่นเอง
การเปลี่ยนแปลงทางการศึกษาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเป็นผลมาจากองค์ประกอบ 3 ประการ
1.ปัญหาหรือวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน และแนวโน้มของปัญหาที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต
2.เอกลักษณ์ ค่านิยม และเจตคติในปัจจุบัน รวมถึงแนวโน้ม
3.ความรู้และเทคโนโลยีที่มีอยู่ในปัจจุบัน และที่จะมีขึ้นในอนาคต
มิลเลอร์ (Willam C. Miller , 1981 อ้างจาก ครรซิต มาลัยวงษ์ 2540 : 39) สรุปว่าการศึกษาในอนาคตจะเปลี่ยนแปลงไปดังนี้
จัดเป็นการศึกษาในระบบน้อยลง
ค่าใช้จ่ายจะต้องถูกลง
สอนเรื่องที่ไม่เป็นประโยชน์มากขึ้น
สอนเป็นระบบรายบุคคลมากขึ้น
สอนในเรื่องที่เห็นจริงเห็นจังมากขึ้น
สอนเรื่องเกี่ยวกับมนุษย์ธรรมมากขึ้น
บทเรียนสนุกสนานมากขึ้น
เป็นการเรียนตลอกชีวิต
Softcopy Photogrammetry หรือ Digital Photogrammetry

เมื่อได้เตรียมการในการเตรียมข้อมูล นั่นคือภาพถ่ายทางอากาศที่ผ่านการแปรเปลี่ยนให้กลายเป็นตัวเลขโดยวิธีการอย่างใดอย่างหนึ่ง แล้ว ก็มาถึงขั้นตอนที่เราจะต้องนำมาภาพคู่คือภาพถ่ายทางอากาศตัวเลขที่มีส่วนซ้อนหรือ overlap กันมาทำการปรับภาพเพื่อให้ภาพคู่ที่ฉายหรือ project ออกมานั้นมีสภาพเหมือนกับภาพถ่ายทางอากาศขณะบินถ่ายภาพ
วิธีการจัดภาพแบ่งออกเป็นสองขั้นตอนใหญ่ๆ คือ
-ขั้นตอนจัดภาพภายในหรือ interior orientation ขั้นตอนนี้เป็นการเตรียมการณ์ เพื่อให้ทราบสภาพเบื้องต้นของภาพถ่ายทางอากาศ เช่นมีค่า ระยะโพกัสเท่าไร ค่าบิดเบี้ยวที่จะต้องปรับแก้เพื่อให้แสงที่ผ่านเลนส์เดินทางเป็นเส้นตรง,ค่าระยะระหว่างจุด fiducial *หรือจุดที่มุมภาพ และสุดท้ายคือขั้นตอนที่ต้องมีการรังวัดจุด fiducial เพื่อทำให้ระบบพิกัดของภาพ มีแกนที่ตรงกันกับแบบจำลองการคำนวณ
-ขั้นตอนจัดภาพภายนอกหรือ exterior orientation ขั้นตอนนี้คือการกระทำให้ภาพคู่ทั้งสองภาพมีสภาพเหมือนกับตอนที่ถ่ายภาพบนอากาศยาน ซึ่งค่าตัวแปรที่จะต้องรู้ค่าเพื่อทำให้ภาพถ่ายทางอากาศแต่ละภาพมีสภาพเหมือนตอนบินถ่ายก็คือ
- ค่าพิกัดของจุดเปิดถ่าย คือ X0,Y0,Z0 คือค่าพิกัดของจุดเปิดถ่ายที่จุดโพกัสของตัวกล้องหรือที่เรียกว่า จุด Principal
- ค่าอาการเอียงของตัวกล้อง อันได้แก่ มุมในการหมุนตามแนวแกน X คือ v หรือ omega
มุมในการหมุนตามแนวแกน Y คือ K หรือ kappa
มุมในการหมุนตามแนวแกน Z คือ Ф หรือ phi
ซึ่งรวมทั้งหมดแต่ละภาพจะมีตัวไม่ทราบค่า 6 ตัว ถ้าเป็นภาพคู่ก็จะมีทั้งหมด 12 ตัว นี่เองในระบบ LIDAR จึงมีระบบ GPS เพื่อทำการรังวัดหาตำแหน่งพิกัดของจุดเปิดถ่าย และมีระบบ IMU เพื่อรังวัดมุมหมุนของแต่ละแกน (ดูหัวข้อ GPS และ INS (Inertial navigation sensors) )
แต่ถ้าเราไม่ทราบค่าทั้ง 6 ค่า ในภาพเดี่ยว หรือ 12 ค่าในภาพคู่ เราก็ต้องอาศัยจุดควบคุม**หรือจุด Ground control ที่เกิดจากการรังวัดในพื้นที่จริง หรือเกิดจากการกระทำโดยวิธีการ ขยายจุดบังคับภาพถ่ายทางอากาศ หรือ Aerotriangulation (ดูหัวข้อ Block Adjustment)
ซึ่งการหาตัวไม่ทราบค่า จากการใช้จุดควบคุมนี้เราจะใช้สมการ ร่วมเส้นหรือ colinearity
นั่นคือต้องมีการ รังวัดค่าพิกัดภาพถ่าย ตามแผนภาพข้างบนคือ x และ y ที่จุดควบคุมที่ทราบค่า ตามแผนภาพข้างบนคือ X ,Y , Z เพื่อหาตัวไม่ทราบค่าทั้ง 6 ตัว ฉะนั้นการที่จะใช้จุดควบคุมเพื่อคำนวณย้อนหาตัวไม่ทราบค่า ต้องมีจุดควบคุมอย่างน้อย 3 จุด
เมื่อถึงขั้นตอนนี้ภาพคู่ทั้งสองก็ถูกจัดภาพให้มีสภาพคล้ายกับตอนเปิดถ่ายบนอากาศยาน และการที่เราต้องใช้ภาพคู่ที่มีส่วนซ้อนก็เพราะว่า เราจะสามารถรังวัดค่าระดับหรือ ค่า Z ได้ด้วย ซึ่งในกรรมวิธี softcopy photogrammetry นี้เราจะเป็นการรังวัดอัตโนมัติหรือที่เรียกว่า Automatic DEM ซึ่งต้องใช้หลักการที่เรียกว่า Image Matching
วันจันทร์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2552
แผนที่ตัวเลข(Digital Map)
ในประเทศไทยเองก็มีการพยายามให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลแผนที่ตัวเลขสร้างข้อมูล(Meta data)ออกมาในลักษณะมาตรฐานใช้ร่วมกัน ทางกรมแผนที่ทหาร เองก็มีความพยายามทีจะทำแผนที่ตัวเลขให้ออกมาในลักษณะ Meta data โดยตั้งรูปแบบข้อมูลแผนที่ตัวเลขออกมาใน 7 รูปแบบคือ
ส่วนที่เป็น Vector มีรูปแบบข้อมูลดังต่อไปนี้
Vmap อยู่ในมาตรฐานของ Digest
Shape file มาตรฐานข้อมูลที่ใช้ใน software ส่วนมาก
Dgnหรือ DXF มาตรฐานข้อมูลที่ใช้ใน software ส่วนมาก
ส่วนที่เป็น Raster มีรูปแบบข้อมูลดังต่อไปนี้
DTED อยู่ในมาตรฐานของ Digest
ADRG อยู่ในมาตรฐานของ Digest
Geotiff มาตรฐานข้อมูลที่ใช้ใน software ส่วนมาก
ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม ภาพถ่ายทางอากาศหรือภาพแผนที่ที่มิได้ผ่านกระบวนการตรึงให้เข้ากับพิกัดโลก(Georeference)ในส่วนของที่เป็นตัวเลข ปัจจุบันจะผลิตออกมาในลักษณะ ของ Tiff
โดยที่มีการตกลงกันว่า กรมแผนที่ทหารจะผลิตข้อมูลออกมาในลักษณะ 7 รูปแบบ หน่วยราชการที่มีความต้องการข้อมูลแผนที่ตัวเลข ต้องมีเครื่องมือหรือโปรแกรมที่จะรับข้อมูลทั้ง 7 รูปแบบได้
เรื่องราวของ แผนที่ตัวเลข เป็น ข้อมูลที่เราสามารถจะนำไปใช้ประโยชน์ได้ในหลายรูปแบบ ข้อมูลแผนที่ตัวเลขที่ผ่านการออกแบบมาเป็นอย่างดี และผลิตเพื่อแจกจ่ายที่เป็นในรูปแบบข้อมูลที่เป็นมาตรฐาน นอกจากจะเป็นการลดความไม่เข้ากันในระหว่างขั้นตอนการแลกเปลี่ยนข้อมูลแล้ว ยังเป็นการลดความซ้ำซ้อนในการจัดทำข้อมูล จึงเป็นสิ่งที่หน่วยงานที่ใช้ข้อมูลแผนที่ตัวเลขควรคำนึงถึง ก่อนที่จะจัดทำระบบ ในอดีตที่ผ่านมา หลายหน่วยงานที่จัดทำระบบขึ้นมา มักจะคำนึงถึงเฉพาะเรื่อง ที่เกี่ยวกับ Hardware และ Software มากกว่าที่จะคำนึงในส่วนของ บุคลากรและข้อมูล เมื่อจัดหาระบบขึ้นมาใช้งาน มักจะทำงานออกมาเป็นผลผลิตไม่ตรงตามเป้าหมายที่วางไว้ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อหน่วยงานเอง จึงเป็นส่วนที่นักวิเคราะห์ระบบต้องคำนึงไว้
ส่วนที่เป็น Vector มีรูปแบบข้อมูลดังต่อไปนี้
Vmap อยู่ในมาตรฐานของ Digest
Shape file มาตรฐานข้อมูลที่ใช้ใน software ส่วนมาก
Dgnหรือ DXF มาตรฐานข้อมูลที่ใช้ใน software ส่วนมาก
ส่วนที่เป็น Raster มีรูปแบบข้อมูลดังต่อไปนี้
DTED อยู่ในมาตรฐานของ Digest
ADRG อยู่ในมาตรฐานของ Digest
Geotiff มาตรฐานข้อมูลที่ใช้ใน software ส่วนมาก
ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม ภาพถ่ายทางอากาศหรือภาพแผนที่ที่มิได้ผ่านกระบวนการตรึงให้เข้ากับพิกัดโลก(Georeference)ในส่วนของที่เป็นตัวเลข ปัจจุบันจะผลิตออกมาในลักษณะ ของ Tiff
โดยที่มีการตกลงกันว่า กรมแผนที่ทหารจะผลิตข้อมูลออกมาในลักษณะ 7 รูปแบบ หน่วยราชการที่มีความต้องการข้อมูลแผนที่ตัวเลข ต้องมีเครื่องมือหรือโปรแกรมที่จะรับข้อมูลทั้ง 7 รูปแบบได้
เรื่องราวของ แผนที่ตัวเลข เป็น ข้อมูลที่เราสามารถจะนำไปใช้ประโยชน์ได้ในหลายรูปแบบ ข้อมูลแผนที่ตัวเลขที่ผ่านการออกแบบมาเป็นอย่างดี และผลิตเพื่อแจกจ่ายที่เป็นในรูปแบบข้อมูลที่เป็นมาตรฐาน นอกจากจะเป็นการลดความไม่เข้ากันในระหว่างขั้นตอนการแลกเปลี่ยนข้อมูลแล้ว ยังเป็นการลดความซ้ำซ้อนในการจัดทำข้อมูล จึงเป็นสิ่งที่หน่วยงานที่ใช้ข้อมูลแผนที่ตัวเลขควรคำนึงถึง ก่อนที่จะจัดทำระบบ ในอดีตที่ผ่านมา หลายหน่วยงานที่จัดทำระบบขึ้นมา มักจะคำนึงถึงเฉพาะเรื่อง ที่เกี่ยวกับ Hardware และ Software มากกว่าที่จะคำนึงในส่วนของ บุคลากรและข้อมูล เมื่อจัดหาระบบขึ้นมาใช้งาน มักจะทำงานออกมาเป็นผลผลิตไม่ตรงตามเป้าหมายที่วางไว้ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อหน่วยงานเอง จึงเป็นส่วนที่นักวิเคราะห์ระบบต้องคำนึงไว้
ผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี
นักเขียนแผนที่จะสามารถยอมรับเทคโนโลยีได้ค่อนข้างเร็วอยู่แล้ว แผนที่จึงเป็นตัวสะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จ และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในช่วงเวลาสั้นๆ เช่น การจะเลือกข้อมูลสำหลับการเขียนแผนที่อย่างไร จะออกแบบอย่างไร จะผลิตและพิมพ์อย่างไร เหล่านี้จะเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีทั้งสิ้น
เหตุผลที่มีสหสัมพันธ์สูงระหว่างความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและความสำเร็จของการเขียนแผนที่จะพิสูจน์ได้จากนักเขียนแผนที่รุ่นต่อไปที่จะมุ่งเข้าสู่เป้าหมายใหญ่ คือ
1. สังคมภายนอกยังต้องการแผนที่ที่มีความถูกต้องสมบูรณ์และทันสมัย
2. มีความต้องการแผนที่ที่มีราคาถูกลงมากยิ่งขึ้น
การเขียนแผนที่ที่มีการประยุกค์ใช้เครื่องมือใหม่ๆเพื่อลดเวลาการทำงาน ลดการทำงานที่ซ้ำๆกัน เพื่อความถูกต้อง โดยจะไม่เปลี่ยนแปลงหลักการพื้นฐานเมื่อใช้เทคโนโลยีใหม่ แต่การจะหาเทคโนโลยีที่มีความสมบูรณ์พร้อมทุกด้านคงเป็นเรื่องยาก นักเขียนแผนที่รุ่นใหม่มีโอกาสมากกว่าในแง่ของการผสมผสานเทคโนโลยีเป็นลูกผสม (Hybrid Technology)
เทคโนโลยีเป็นลูกผสม (Hybrid Technology)
เมื่อทำแผนที่แผ่นหนึ่งมีการใช้ HW & SW หลายอย่างจึงทำให้ในปัจจุบันมีแผนที่อย่างหลากหลาย อย่างไรก็ตามการทำแผนที่จะต้องมีดุลยภาพระหว่างความเหมาะสมด้านเวลา ค่าใช้จ่าย (แรงงาน เครื่องมือ และวัสดุ) และคุณภาพของแผนที่ที่ต้องการ
เหตุผลที่มีสหสัมพันธ์สูงระหว่างความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและความสำเร็จของการเขียนแผนที่จะพิสูจน์ได้จากนักเขียนแผนที่รุ่นต่อไปที่จะมุ่งเข้าสู่เป้าหมายใหญ่ คือ
1. สังคมภายนอกยังต้องการแผนที่ที่มีความถูกต้องสมบูรณ์และทันสมัย
2. มีความต้องการแผนที่ที่มีราคาถูกลงมากยิ่งขึ้น
การเขียนแผนที่ที่มีการประยุกค์ใช้เครื่องมือใหม่ๆเพื่อลดเวลาการทำงาน ลดการทำงานที่ซ้ำๆกัน เพื่อความถูกต้อง โดยจะไม่เปลี่ยนแปลงหลักการพื้นฐานเมื่อใช้เทคโนโลยีใหม่ แต่การจะหาเทคโนโลยีที่มีความสมบูรณ์พร้อมทุกด้านคงเป็นเรื่องยาก นักเขียนแผนที่รุ่นใหม่มีโอกาสมากกว่าในแง่ของการผสมผสานเทคโนโลยีเป็นลูกผสม (Hybrid Technology)
เทคโนโลยีเป็นลูกผสม (Hybrid Technology)
เมื่อทำแผนที่แผ่นหนึ่งมีการใช้ HW & SW หลายอย่างจึงทำให้ในปัจจุบันมีแผนที่อย่างหลากหลาย อย่างไรก็ตามการทำแผนที่จะต้องมีดุลยภาพระหว่างความเหมาะสมด้านเวลา ค่าใช้จ่าย (แรงงาน เครื่องมือ และวัสดุ) และคุณภาพของแผนที่ที่ต้องการ
การเขียนแผนที่
ในอดีตการเขียนแผนที่ถูกจำกัดเฉพาะหลักเบื้องต้น(Basic Elements) ของวิทยาศาสตร์การทำแผนที่ต้องการความถูกต้องและมีข้อมูลมากๆ แผนที่เองจะทำหน้าที่สำคัญ 2 ประการ
1.ใช้สำหรับการเขียนข้อมูลข่าวสารที่คนต้องการ
2. ใช้แสดงภาพของพื้นที่โลกที่จะช่วยให้เราเข้าใจสิ่งแวดล้อมในด้าน Spatial Pattern, Relationship and Spatial Complexity
เมื่อมีการนำคอมพิวเตอร์มาปฏิวัติงานเขียนแผนที่เชิงเลขสามารถทำหน้าที่แทนวิธีการแบบดั้งเดิมได้อย่างน่าพอใจ นอกจากนี้อังทำให้ผลงานมีความแตกต่างอย่างน้อย 2 ประการ คือ
1. ทำให้เกิดฐานข้อมูลเชิงเลข (Digital Database) มาแทนแผนที่กระดาษ (Print Map)
2. ทำให้แผนที่ในรูปแบบ Cartographic Visualizations สามารถทำได้บนสื่อหลายประเภท
ทุกวันนี้ HW และ SW คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องช่วยให้นักเขียนแผนที่ทำงานแทนวิธีการอะนาล็อกเก่าๆ ได้เกือบทั้งหมด ยกเว้นเทคนิคบางอย่างที่เป็นอัตนัย เช่น
- Feature Generalization
- งานนามศัพท์ภูมิศาสตร์ (Geographic Name Placement)
สิ่งที่สำคัญต่อนักเขียนแผนที่ในอนาคตคือมาตรฐานข้อมูลแผนที่ เพราะมาตรฐานข้อมูลแผนที่เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับวิธีการเก็บข้อมูล คุณภาพข้อมูล(Data Quality) การเปลี่ยนแปลงข้อมูล (Data Exchange) และการทำงานร่วมกับฮาร์เวร์และซอฟเวร์
1.ใช้สำหรับการเขียนข้อมูลข่าวสารที่คนต้องการ
2. ใช้แสดงภาพของพื้นที่โลกที่จะช่วยให้เราเข้าใจสิ่งแวดล้อมในด้าน Spatial Pattern, Relationship and Spatial Complexity
เมื่อมีการนำคอมพิวเตอร์มาปฏิวัติงานเขียนแผนที่เชิงเลขสามารถทำหน้าที่แทนวิธีการแบบดั้งเดิมได้อย่างน่าพอใจ นอกจากนี้อังทำให้ผลงานมีความแตกต่างอย่างน้อย 2 ประการ คือ
1. ทำให้เกิดฐานข้อมูลเชิงเลข (Digital Database) มาแทนแผนที่กระดาษ (Print Map)
2. ทำให้แผนที่ในรูปแบบ Cartographic Visualizations สามารถทำได้บนสื่อหลายประเภท
ทุกวันนี้ HW และ SW คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องช่วยให้นักเขียนแผนที่ทำงานแทนวิธีการอะนาล็อกเก่าๆ ได้เกือบทั้งหมด ยกเว้นเทคนิคบางอย่างที่เป็นอัตนัย เช่น
- Feature Generalization
- งานนามศัพท์ภูมิศาสตร์ (Geographic Name Placement)
สิ่งที่สำคัญต่อนักเขียนแผนที่ในอนาคตคือมาตรฐานข้อมูลแผนที่ เพราะมาตรฐานข้อมูลแผนที่เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับวิธีการเก็บข้อมูล คุณภาพข้อมูล(Data Quality) การเปลี่ยนแปลงข้อมูล (Data Exchange) และการทำงานร่วมกับฮาร์เวร์และซอฟเวร์
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
